คู่มือสอบใบขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ พร้อมเฉลย รวมไว้ที่นี่แล้ว เหมาะสำหรับผู้เตรียมตัวสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ปี 2559-2560 ล่าสุด

ADVERTISEMENT

12 เม.ย. 2560

ใบขับขี่หมดอายุ หรือทำใบขับขี่หาย ต้องต่อภายในกี่วัน

ใบขับขี่ที่เรามีในปัจจุบันทราบหรือไม่ว่าถ้าทำใบขับขี่หาย หรือใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน ยิ่งเข้าช่วงเทศกาลก่อนออกเดินทางด้วยรถยนต์ ลองตรวจเชคใบขับขี่ตัวเองด้วย บางครั้งเราอาจลืมว่าบัตรหมดอายุแล้ว หรือทำหายโดยไม่รู้ตัวก็ได้ (ตามกฎหมาย พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 หากเราขับรถยนต์มีใบขับขี่รถยนต์ที่สิ้นอายุแล้ว มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท) แล้วแบบนี้เราจะไม่ให้ความสำคัญได้อย่างไร

ใบขับขี่หมดอายุ หรือทำใบขับขี่หาย ต้องต่อภายในกี่วัน

ใบขับขี่หมดอายุต้องทำอย่างไร ใบขับขี่หมดอายุมากว่า 1 ปี ต้องสอบใหม่หรือไม่

หลายคนยังสับสนกับกรณีใบขับขี่หมดอายุ ประชาชนบางส่วนยังไม่รู้กฎระเบียบกรณีทำใบขับขี่หาย หรือใบขับขี่หมดอายุแล้ว เราควรปฏิบัติ ดังนี้

ADVERTISEMENT

- กรณีใบขับขี่ยังไม่หมดอายุ สามารถยื่นต่อภายในระยะเวลา คือ

  • การต่ออายุใบขับขี่รถส่วนบุคคล (ต่อชนิด 2 ปี เป็นชนิด 5 ปี) ยื่นล่วงหน้าได้ 60 วัน
  • การต่ออายุใบขับขี่รถส่วนบุคคล (ต่อชนิด 5 ปี เป็นชนิด 5 ปี) ยื่นล่วงหน้าได้ 90 วัน

- กรณีใบขับขี่หมดอายุแล้ว ไม่เกิน 1 ปี สามารถแจ้งที่กรมขนส่งทางบก ทำใหม่ได้เลย

- กรณีใบขับขี่หมดอายุแล้ว เกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องเข้าอบรม และสอบภาคทฤษฏีใหม่

- กรณีใบขับขี่หมดอายุแล้ว เกิน 3 ปีขึ้นไป ต้องเข้าอบรม สอบภาคทฤษฏี และสอบภาคปฏิบัติใหม่ (เหมือนตอนขอรับใบอนุญาตขับขี่ครั้งแรก)

- กรณีทำใบขับขี่หาย สามารถแจ้งที่กรมขนส่งฯ ทำใหม่ได้เลย

* สามารถศึกษา ขั้นตอนการขอรับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ได้ที่นี่

ทีนี้เราก็พอจะทราบกันแล้วว่าใบขับขี่หมดอายุ ต้องทำอย่างไร หวังว่าคงเป็นประโยชน์ต่อทุกคน หากไม่อยากสอบใหม่ เราไม่ควรเพิกเฉย ควรรีบต่อโดยเร็วนะครับ ขอบคุณครับ

Share:

5 เม.ย. 2560

ยกเลิกสอบใบขับขี่แบบใหม่ หลังโดนโวย! อบรมนาน ค่าใช้จ่ายสูง

การสอบใบขับขี่แบบใหม่ กระทรวงคมนาคมยอมถอยหลังถูกโวย อบรมนานถึง 15 ชั่วโมง แถมค่าใช้จ่ายแพง ทางกระทรวงคมนาคมจึงขอถอนกฎระเบียบเรื่องการสอบใบขับขี่ใหม่โดยแจ้งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยจะนำกลับไปพิจารณาใหม่อีกรอบ เนื่องจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนจำนวนมาก

ยกเลิกสอบใบขับขี่แบบใหม่

เรื่องการสอบใบขับขี่แบบใหม่นี้ เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก หลังมีข่าวออกไป (สอบใบขับขี่ใหม่ อบรม 15 ชม. จาก รร.สอนขับรถ รับใบขับขี่ได้เลย แต่ค่าใช้จ่ายเกือบ 6 พัน)

ADVERTISEMENT

ล่าสุดทางด้านกระทรวงคมนาคม โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เผยว่าความจริงแล้วการสอบใบขับขี่แบบใหม่ที่นำโรงเรียนสอนขับรถเข้ามาร่วม มีความตั้งใจที่จะยกมาตรฐานของโรงเรียนสอนขับรถเข้าไปร่วมไปพร้อมๆ กับการทำใบขับขี่ แต่ต้องกลับมาทบทวนเรื่องมาตรฐานกันอีกครั้ง เนื่องจากมีกฎระเบียบที่เข้มงวด ทำให้โรงเรียนสอนขับรถต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วย กระทรวงคมนาคมจึงขอชะลอการสอบใบขับขี่ใหม่นี้ออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อให้มีการศึกษาอย่างถี่ถ้วนก่อน

แต่ถึงอย่างไรเราก็ยังต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อน ตั้งแต่ขั้นตอนแรกขอใบขับขี่ไปเตรียมตัวอย่างไร และแนวข้อสอบใบขับขี่ ซึ่งได้รวบรวมไว้ที่นี่แล้ว เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาและเพิ่มโอกาสสอบผ่านได้ (รวมแนวข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์พร้อมเฉลย)

Share:

23 มี.ค. 2560

สอบใบขับขี่ใหม่ อบรม 15 ชม. จาก รร.สอนขับรถ รับใบขับขี่ได้เลย แต่ค่าใช้จ่ายเกือบ 6 พัน

การสอบใบขับขี่แบบใหม่ กรมการขนส่งทางบกเผยให้ผู้สอบใบขับขี่ผ่านฝึกอบรม 15 ชั่วโมงจากโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งให้การรับรองแล้วเท่านั้น สามารถเข้ารับการขอใบอนุญาตขับขี่จากกรมการขนส่งทางบกได้เลย โดยอาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5- 6 พันบาท ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนสอนขับรถ 90 แห่งทั่วประเทศ

สอบใบขับขี่ใหม่ 2560 

การสอบใบขับขี่แบบใหม่ ยังเป็นกระแสจากที่มีการเผยประกาศนี้ออกมา ประชาชนต่างวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นต่างๆ กันออกไป เดิมการอบรม สอบทฤษฏี และสอบปฏิบัติ ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำเพียง 5 บาทเท่านั้น ซึ่งคาดว่าการปรับครั้งนี้มีทั้งข้อดีข้อเสียคือ

ข้อดี สามารถเลือกเรียนอบรมและสอบได้ ผู้เรียนได้รับความรู้อย่างเต็มที่จากโรงเรียนสอนขับรถที่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กรมการขนส่งเป็นผู้กำหนด ประชาชนมีช่องทางเลือกมากขึ้น ไม่ต้องรอคิวนาน อาจเนื่องมาจากปัญหาปริมาณการจองคิวรอเข้าอบรมที่กรมขนส่งมีมากจึงมีการรองรับที่ไม่เพียงพอต่อการบริการ และยังอาจช่วยลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ และทำให้การขับขี่รถให้ปลอดภัยมากขึ้น

ข้อเสีย คือประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง เฉลี่ย 5,000 บาท/คน เสียเวลาอบรมนานมากยิ่งขึ้น และยังคงต้องไปรับบัตรที่กรมขนส่งอยู่ดี

 

ADVERTISEMENT

ซึ่งกฎดังกล่าวคาดว่าจะประกาศใช้ภายในปีหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรอติดตามอัพเดตข่าวสารเกี่ยวกับการสอบใบขับขี่ได้ใหม่อาจมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ แต่อย่างไรก็ตามยังคงสามารถสอบใบขับขี่กับทางกรมขนส่งทางบกได้ตามปกติเช่นเดิม

แล้วคุณล่ะ! มีความคิดเห็นอย่างไร

Share:

24 ก.พ. 2560

อัพเดตการขอรับใบอนุญาตขับขี่ และอัตราค่าธรรมเนียม 2560

หลักฐานเอกสารประกอบและอัตราค่าธรรมเนียมล่าสุด 2560 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นมา การอบรมผู้ขอรับใบอนุญาตขับขี่ตามกฎหมายรถยนต์จะเพิ่มชั่วโมงการอบรมเป็น 5 ชั่วโมง ดังนี้

  1. กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 ชม.
  2. การขับขี่อย่างปลอดภัย จำนวน 1 ชม. 30 นาที
  3. จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ จำนวน 1 ชม.
  4. การขับรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน การให้ความช่วยเหลือและการปฐมพยาบาล จำนวน 30 นาที

อัพเดตการขอรับใบอนุญาตขับขี่ และอัตราค่าธรรมเนียม 2560

หลักฐานเอกสารประกอบขอรับใบอนุญาตขับขี่ ชนิดต่างๆ

ขอทำใบอนุญาตขับขี่ชนิดต่างๆ หลักฐานเอกสารประกอบ

ขอทำใบขับขี่รถยนต์ชั่วคราวหรือรถจักรยานยนต์ชั่วคราว

- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา
- ใบรับรองแพทย์ (ไม่เกิน 1 เดือน)

ขอทำใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล หรือรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (5 ปี)

(ต่อจากชั่วคราวเป็น 5 ปี) *ต่อล่วงหน้าได้ 60 วัน

- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา
- ใบรับรองแพทย์ (ไม่เกิน 1 เดือน)
- ใบขับขี่เดิม

ขอต่อใบอนุญาตขับขี่จาก 5 ปี เป็น 5 ปี

*ต่อล่วงหน้าได้ 90 วัน

- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา
- ใบขับขี่เดิม

ขอต่อใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ /ขอใหม่

*ต่อล่วงหน้าได้ 90 วัน

- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา
- ใบรับรองแพทย์ (ไม่เกิน 1 เดือน)
- ใบขับขี่ส่วนบุคคลตัวจริงพร้อมสำเนา
- ใบขับขี่สาธารณะตัวจริงพร้อมสำเนา
- รูปถ่ายขนาด 3 นิ้ว 3 รูป

ADVERTISEMENT

อัตราค่าธรรมเนียมใบขับขี่

ชนิดของใบขับขี่

อัตราค่าธรรมเนียม (บาท) อายุใบขับขี่ (ปี)
1.คำขอ 5  
2.ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ 500 1
3.ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 200 2
4.ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว 100 2
5.ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราว 100 2
6.ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล 500 5
7.ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล 250 5
8.ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 250 5
9.ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ 300 3
10.ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ 150 3
11.ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ 150 3
12.ใบอนุญาตขับรถบดถนน 250 5
13.ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ 250 5
14.ใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นๆ นอกจาก (3) ถึง (13) 100 5
15.ใบแทนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ 100  
16.ใบแทนใบอนุญาตอื่น ครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมใบอนุญาต    
17.ค่าธรรมเนียมอื่น 20  
18.การรับรองสำเนาเอกสาร 20  
19.การแก้ไขรายการในใบอนุญาตขับรถ 50  
20.บัตรประจำตัวผู้ขับรถยนต์สาธารณะ 20  

*สำหรับใบอนุญาตขับรถแบบใหม่ ระบบคอมพิวเตอร์ คิดค่าถ่ายภาพอีก 100 บาท จากค่าธรรมเนียมปกติ

สำหรับผู้ที่สนใจขอรับใบอนุญาตขับขี่ใหม่ สามารถอ่านแนวข้อสอบใบขับขี่ได้ที่นี่ รวมแนวข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์พร้อมเฉลย 2560

Share:

29 ส.ค. 2559

กรมขนส่งฯ เตรียมปรับสอบใบขับขี่ ปี 2560-2561 ยากขึ้นกว่าเดิม หวังลดอุบัติเหตุ

การขอใบอนุญาตใบขับขี่ในปี 2560 - 2561 กรมการขนส่งทางบกเตรียมปรับระบบสอบใบขับขี่ใหม่ ให้ยากขึ้นกว่าเดิม หวังลดอุบัติเหตุบนท้องถนน เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา กรมขนส่งฯ เปิดเผยว่า จากสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนน ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในเอเชีย และมากเป็นอันดับสองของโลก เฉลี่ยมีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนชั่วโมงละ 1-2 คน จึงมีความพยายามที่จะปฏิรูปการสอบใบขับขี่ให้ดีขึ้น ทั้งการเพิ่มจำนวนข้อสอบ เพิ่มจำนวนชั่วโมงการอบรม และเตรียมให้โรงเรียนสอนขับรถเอกชนกว่า 80 แห่งทั่วประเทศไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการสอบใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ในปี 2561 โดยอยู่ภายใต้การดูแลของกรมขนส่งทางบก

กรมขนส่งฯ เตรียมปรับสอบใบขับขี่ ปี 2560-2561 ยากขึ้นกว่าเดิม หวังลดอุบัติเหตุ

โดยการสอบภาคปฏิบัติ คาดว่าจะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้แทนเจ้าหน้าที่คน โดยตรวจวัดมาตรฐานการสอบทุกขั้นตอนอย่างเข้มข้น เพื่อยืนยันความถูกต้องแม่นยำมากกว่า ซึ่งสายตาเจ้าหน้าที่ ที่อาจคาดเคลื่อนหรือช่วยเหลือให้ผ่านได้ง่ายนั่นเอง

การเพิ่มเวลาอบรมจาก 4 ชั่วโมง เป็น 5 ชั่วโมง โดยการอบรมนั้นจะสลับกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้และการฉายคลิปอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อเป็นอุทาหรสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนมือใหม่นั่นเอง ในปัจจุบันการสอบภาคทฤษฎีข้อสอบใบขับขี่มีทั้งหมด 50 ข้อ และในปี พ.ศ.2560 เป็นต้นไป การสอบใบขับขี่ใหม่ จะเพิ่มข้อสอบเป็น 60 ข้อ โดยใช้เกณฑ์เดิมคือ ผ่าน 90%

ADVERTISEMENT

การสอบใบขับขี่ ปี 2560 ที่จะถึงนี้ ยอมรับว่าการปรับเปลี่ยนเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นแน่นอน ด้วยข้อสอบที่เพิ่มขึ้น และการอบรมที่นานขึ้น ย่อมเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าสอบใบขับขี่ ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจ เป็นความรู้ที่สามารถนำไปใช้บนท้องถนนได้จริง และเป็นความรู้ที่ต้องใช้สอบให้ผ่าน 90% ขึ้นไป ฉะนั้นเราต้องตั้งใจฟังด้วยนะครับ

การสอบใบขับขี่ ปี พ.ศ. 2561 คาดว่ากรมการขนส่งทางบกจะส่งเสริมให้โรงเรียนสอนขับรถเอกชน กว่า 80 แห่งทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วม โดยทำหน้าที่สอบภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติแทนสำนักงานขนส่ง เพื่อลดภาระด้านบุคคลกร และเพิ่มช่องทางให้ผู้เข้าสอบใบขับขี่มากยิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูล http://car.kapook.com/view154810.html

Share:

31 ก.ค. 2559

รวมแนวข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์พร้อมเฉลย 2560

รวมแนวข้อสอบใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์พร้อมเฉลย 2559-2560

ได้รวบรวมขั้นตอนต่างๆ เหมาะสำหรับมือใหม่ป้ายแดง หรือผู้ที่จะต่อใบอนุญาตขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ต้องเตรียมตัวเริ่มจากอะไรบ้าง ทั้งเอกสารหลักฐาน แนวข้อสอบใบขับขี่ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อเป็นแนวทางต่อผู้ที่สนใจสอบใบขับขี่ อีกทั้งยังช่วยให้ทราบถึงกฎจราจรและเครื่องหมายจราจรต่างๆ ที่สำคัญอีกด้วย

รวมแนวข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์พร้อมเฉลย 2559

เริ่มจากมารู้จักขั้นตอนการขอใบขับขี่กันเถอะ! เราต้องเตรียมหลักฐาน เอกสารอะไรบ้าง รวมทั้งคุณสมบัติตัวบุคคล
ขั้นตอนการขอรับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์

แนวทางการสอบภาคปฏิบัติ
สอบใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ภาคปฏิบัติ (ทดสอบขับรถ)

แนวทางการสอบภาคทฤษฎี
สอบใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ภาคทฤษฎี (ทดสอบข้อเขียนด้วยคอมพิวเตอร์ E-exam)

ตัวอย่างแนวข้อสอบภาคทฤษฎี เพื่อสอบใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ได้รวบรวมไว้แต่ละหมวดไว้ที่นี้ เพื่อให้ง่ายต่อการการศึกษา

ADVERTISEMENT

ตัวอย่างข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลยแบ่งตามหมวด ดังนี้

ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย หมวดกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย หมวดกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก

ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย หมวดเครื่องหมายพื้นทาง

ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย หมวดป้ายบังคับ

ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย หมวดป้ายเตือน

ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย หมวดป้ายแนะนำ

ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย หมวดมารยาทและจิตสำนึก

ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย หมวดเทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย

ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย หมวดการบำรุงรักษารถ

ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย หมวดรูปภาพจราจร

ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย หมวดการรับรู้สถานการณ์อันตราย

ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย หมวดกฎหมายแพ่งพาณิชย์และกฎหมายอาญา

อัตราค่าธรรมเนียม
อัตราค่าธรรมเนียมทำใบอนุญาตขับขี่รถ ชนิดต่างๆ

ต่อไปนี้เราคงทราบรายละเอียดขั้นตอนการเข้าขอรับใบอนุญาตขับขี่กันแล้ว ซึ่งสามารถนำไปศึกษาเพิ่มเติมประกอบ เพื่อให้ผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติไปได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้ในการขับขี่รถ รู้กฏหมายจราจร ป้ายเตือนประเภทต่างๆ ทำให้ขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ขออวยพรให้ทุกท่านโชคดี

Share:

25 ก.ค. 2559

11 วิธีการขับรถให้ประหยัดน้ำมันที่สุด

การขับรถให้ประหยัดน้ำมันในยุคน้ำมันแพง ในชีวิตประจำวันเราต้องใช้รถยนต์ในการเดินทาง บางท่านอาจต้องใช้ทุกวัน เราจึงมีเทคนิคการขับรถให้ประหยัดน้ำมันมาฝาก มีทั้งหมด 11 วิธีด้วยกัน ดังนี้

11 วิธีการขับรถให้ประหยัดน้ำมันที่สุด

11 วิธีการขับรถให้ประหยัดน้ำมันที่สุด

1. สตาร์ทอุ่นเครื่องอยู่กับที่ อย่างเหมาะสม
การอุ่นเครื่องจะทำให้ระบบหล่อลื่นทำงานดีขึ้น ควรอุ่นเครื่องสัก 1 - 2 นาที ก่อนที่จะใช้รถเพื่อให้เครื่องยนต์พร้อมสตาร์ท การอุ่นเครื่องไม่ควรเบิ้ลเครื่องยนต์ เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันที่สุด และไม่อุ่นเครื่องนานเกินไป หรือขับออกไปอย่างนิ่มนวลด้วยความเร็วรอบต่ำประมาณ 1 - 2 กิโลเมตรก็ได้

2. ไม่ขับรถออกเร็วกระชาก แบบรวดเร็วอย่างรุนแรง
ออกรถแบบกระชากดังเอี๊ยด หรือแบบรถแข่ง เบรกทุกครั้งแบบกระทืบ จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมาก แถมยังเป็นการทำลายชิ้นส่วนต่างๆ ของรถ ทำให้สึกหรอมากขึ้น เป็นการลดอายุการใช้งานของรถให้สั้นลง นอกจากนี้ยังไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินอีกด้วย

3. ไม่ขับรถเร็วเกินความจำเป็น
การขับรถเร็ว จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นเกินความจำเป็น และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย การใช้ความเร็วอย่างสม่ำเสมอ ไม่เร่งเครื่องทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็น ในกรณีที่ท่านขับรถทางไกล ที่มีความเร็ว 80 กม./ชม. จะสามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 10-15 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

4. ออกรถ หรือขับนิ่ม ๆ บนคันเร่งแผ่วๆ
เมื่อรถเคลื่อนที่ออกไประยะหนึ่ง โดยให้รอบเครื่องยนต์อยู่ในระดับของแรงบิดที่เหมาะสมของรถรุ่นนั้นๆ หรือง่ายๆคือไม่ควรเกิน 2,000 – 2,500 รอบ/นาที (ยกเว้นกรณีมีความจำเป็นต้องใช้อัตราเร่งที่มากกว่า) แล้วก็ค่อยๆ ให้เคลื่อนยนต์เปลี่ยนจังหวะเกียร์เองเรื่อยๆ (กรณีเกียร์อัตโนมัติ) พยายามควบคุมความเร็วให้สม่ำเสมอ ช่วนประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงช่วงความเร็วที่เหมาะสมได้ 2-5 %

5. ไม่บรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดของรถ
การบรรทุกน้ำหนักของรถยนต์ ซึ่งในแต่ละคันจะมีอัตราการบรรทุกบอกไว้ ถ้าบรรทุกน้ำหนัก หรือสิ่งของหนักเกินไป ก็จะทำให้เครื่องยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น ทำให้รถมีอายุการใช้งานที่สั้นลง ทำให้เครื่องยนต์สึกหรอสูงกว่าปกติ อีกทั้งยังเป็นการไม่ปลอดภัยต่อการควบคุมการขับขี่อีกด้วย

ADVERTISEMENT

6. ใช้เครื่องปรับอากาศให้พอดี
เปิดเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม เพราะการใช้เครื่องปรับอากาศทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น และกินน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 10 % จึงควรปรับระดับความเย็น และความแรงของลมให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ จะเป็นการช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกทาง หนึ่งด้วย

7. ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อจอดนานๆ
การจอดรถเวลานานๆ ในขณะเครื่องยนต์กำลังทำงานนอกจากจะผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วยังสร้างมลภาวะเป็นพิษทางอากาศให้กับสิ่งแวดล้อมอีก ฉะนั้นการดับเครื่องยนต์ทุกครั้งที่ต้องจอดเป็นเวลานานๆ หรือหากต้องรอประมาณ 3-4 นาทีขึ้นไป ก็ควรดับเครื่องยนต์ สามารถประหยัดน้ำมันถึง 3 – 5% และยังเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมอีกด้วย

8. วางแผนการเดินทาง ช่วยประหยัดน้ำมัน
ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ควรมีจุดหมายที่ชัดเจน มีการวางแผนการเดินทาง เช่น ศึกษาเส้นทางลัด เลี่ยงเส้นทางรถติด ฟังรายงานจราจร จะช่วยให้ถึงที่หมายได้เร็วขึ้น ปลอดภัย และช่วยให้ท่านประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกทางหนึ่งด้วย

9. ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม และบรรทุกไม่สมดุล
มีการติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งเกินความจำเป็น เช่นเครื่องเสียงชุดใหญ่ ชุดตกแต่งภายนอก ฯลฯ ทำให้เครื่องยนต์รับภาระเพิ่มขึ้นและอุปกรณ์ บางอย่างทำให้ต้านลมและหนักทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน หรือแม้กระทั้งการบรรทุกไม่สมดุล ทำให้น้ำหนักตัวรถไม่บาลานซ์ ทำให้การควบคุมรถลำบากและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้อีกด้วย

10. ขับรถขึ้นเขา ลงเขา ให้ประหยัดและปลอดภัย
เวลาขับรถขึ้นเขา และลงเขา ควรใช้เกียร์ต่ำ เร่งความเร็วให้สม่ำเสมอ เพิ่มกำลังเครื่องยนต์อย่างนุ่มนวล ห้ามขับรถขึ้นเขา โดยใช้เกียร์สูง เพราะจะทำให้รถไม่มีแรงกำลังขับเคลื่อน และกินน้ำมันมากขึ้น และห้ามขับรถลงเขาด้วยเกียร์ว่างโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้รถไหลลงด้วยความเร็วสูงโดยไม่มีแรงหน่วงของเครื่องยนต์ทำให้เกิดอันตรายได้ ควรใช้เกียร์ต่ำและค่อยๆปล่อยรถให้ไหลลงไปตามรอบเครื่องยนต์เอง พร้อมควบคุมความเร็วให้สัมพันธ์กับเกียร์ ทำให้ประหยัดน้ำมัน

11. หมั่นตรวจเช็คสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง
หมั่นตรวจเช็คลมยางอยู่เสมอ ควรเติมลมยางให้ได้ตามกำหนดมาตรฐาน (คู่มือรถ) ตรวจสภาพของเครื่องยนต์และอุปกรณ์ต่างๆ ให้อยู่ตามมาตรฐานที่กำหนด ตรวจไส้กรองไม่ให้อุดตันหรือชำรุด เพราะไส้กรองมีส่วนสำคัญในการที่จะถ่ายเทอากาศเข้าไปทำปฏิกิริยาภายในเครื่อง ถ้าอุดตันหรือชำรุดจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักกว่าปกติ และจะสิ้นเปลืองน้ำมัน อย่าลืมปลดเบรกมือ เปลี่ยนเกียร์ตามจังหวะและรอบความเร็วในการใช้งานนั้น ใช้น้ำมันหล่อลื่นตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตให้มา และเข้าตรวจเช็คสภาพตามระยะเวลาที่กำหนดในคู่มือ

Share:

1 ก.ค. 2559

7 พฤติกรรมเสี่ยง สาเหตุอุบัติเหตุบนท้องถนน

7 พฤติกรรมเสี่ยง สาเหตุอุบัติเหตุบนท้องถนน ดังนี้

7 พฤติกรรมเสี่ยง สาเหตุอุบัติเหตุบนท้องถนน

1.ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนนมากที่สุด แนะนำควรขับรถในอัตราความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม. หรือขับตามที่กฎหมายกำหนด จะทำให้ปลอดภัย ช่วยลดความรุนแรง และประหยัดน้ำมัน

2.ตัดหน้าระยะกระชั้นชิด พฤติกรรมการขับรถไม่ควรทำอย่างยิ่ง ไม่ว่ารถเล็กหรือรถใหญ่ อาจทำให้รถคันอื่นเกิดอาการตกใจ ทำให้เสียหลัก เกิดอุบัติเหตุได้ เราควรหมั่นสังเกตการณ์ มองแบบกวาดสายตา เริ่มจากระยะไกล กว้าง ใกล้ และหมั่นมองกระจกรถบ่อยๆ ไม่ขับฉวัดเฉวียน และมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทางด้วย

3.ขับรถตามกระชั้นชิด เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุลักษณะรถชนท้ายคันหน้า เราควรทิ้งช่วงห่างที่ระยะปลอดภัย ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างรถคันหน้าพอที่จะสามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัยในยามคับขัน

4.เมาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ขับขี่รถโดยที่มีระดับแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ขับขี่เมาสุรา ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตได้ เนื่องจากความสามารถในการขับขี่ลดลง การตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินช้าลงกว่าปกติ สายตาพร่ามัว เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้ และอาจมีโทษจำคุก หรือ ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ถูกคุมประพฤติ พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ แล้วแต่ระดับความผิด

ADVERTISEMENT

5.แซงรถอย่างผิดกฎหมาย ก่อนจะแซง ควรตรวจสภาพการจราจรทั้งข้างหน้าและข้างหลัง เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วค่อยแซง และให้สัญญาณบอกรถคันอื่นก่อนแซง ควรปฏิบัติตามกฎจราจร

6.อาการง่วงแล้วขับ หากร่างกายมีอาการเมื่อยล้า อ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ กินยาที่ส่งผลทำให้มีอาการง่วง หรือขับรถในระยะทางไกลติดต่อกันเป็นเวลานาน เหล่านี้เป็นสาเหตุเสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ เพราะผู้ขับขี่มีโอกาสหลับใน หรือวูบหลับในขณะขับรถ ทำให้รถวิ่งอย่างไร้การควบคุม เสี่ยงต่ออุบัติเหตุลักษณะประสานงาหรืออุบัติเหตุร้ายแรงอื่นๆ

7.ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ เพิ่งความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากว่าการขับในช่วงปกติ เนื่องจากขณะขับรถแล้วใช้โทรศัพท์ สมาธิของผู้ขับขี่จะอยู่ที่การสนทนาด้วย ทำให้สมาธิในการควบคุมรถลดน้อยลง หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินจะไม่สามารถหยุดรถได้ทันถ่วงที ทำให้เกิดอุบัติเหตุ และอาจมีโทษผิดถูกปรับได้

เราควรตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากเราเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ เช่น การขับรถเร็ว ขับตัดหน้า ขับตาม เมาแล้วขับ ง่วงหลับ ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ และไม่เคารพกฎจราจร เป็นต้น เมื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้แล้ว ก็จะสามารถลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ เพิ่มความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความสูญเสียให้น้อยที่สุด

Share:

29 มิ.ย. 2559

เครื่องหมายจราจร บนพื้นทางประเภทเตือน

เครื่องหมายจราจรบนพื้นทางประเภทเตือน ต่อจากเครื่องหมายบนพื้นทางประเภทบังคับจากบทที่แล้ว ประเภทเตือนจะมีลักษณะและความหมายอย่างไร เราควรปฏิบัติอย่างไรบ้าง ดังนี้

เครื่องหมายจราจร บนพื้นทางประเภทเตือน

ตัวอย่าง เครื่องหมายจราจร บนพื้นทางประเภทเตือน ดังต่อไปนี้

เครื่องหมายขาวดำ

เครื่องหมายขาวดำ

ลักษณะเป็นแถบสีขาวสลับดำ แสดงหรือทำให้ปรากฏที่ขอบคันหินหรือสิ่งกีดขวางอื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้เห็นขอบคันหินหรือสิ่งกีดขวางนั้นๆ ได้ชัดเจน

 

เส้นขอบทาง

เส้นขอบทาง

ลักษณะเป็นเส้นทึบหรือเส้นประหรือแถบสีขาว ยกเว้นเส้นขอบทางด้านติดกับเกาะกลาง หรือฉนวนแบ่งทิศทางจราจรที่กลางทางเป็นสีเหลือง

 

เส้นชะลอความเร็ว

เส้นชะลอความเร็ว

ลักษณะเป็นเส้นหลายๆ เส้นขวางช่องจราจรหรือช่องเดินรถ หมายความว่าให้ลดความเร็วลง และขับรถด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ADVERTISEMENT

 

ข้อความเตือนหรือแนะนำบนพื้นทาง

ข้อความเตือนหรือแนะนำบนพื้นทาง

ลักษณะแสดงเป็นอักษรข้อความ หรือข้อความและสัญลักษณ์ให้ปรากฏบนพื้นทาง หรือในบางกรณีอาจใช้ภาษาอังกฤษที่เข้าใจง่ายและเป็นคำสากลนิยม เพื่อแนะนำหรือเตือนการจราจร เช่น แสดงชื่อสถานที่ต่อท้ายลูกศรเตือน เพื่อให้ระมัดระวังสภาพทางหรือการจราจร หมายความว่าให้คนขับรถหรือคนเดินเท้าปฏิบัติตาม และระมัดระวังการใช้ช่องจราจรหรือเดินรถให้ถูกต้อง

 

เส้นแนวช่องจราจรผ่านทางแยก

เส้นแนวช่องจราจรผ่านทางแยก

ลักษณะเป็นเส้นประหรือเส้นทึบสีขาว แสดงแนวช่องทางจราจรบริเวณทางแยก หมายความว่าให้ขับรถไปตามแนวช่องการจราจรดังกล่าว

 

เส้นทางรถไฟผ่าน

เส้นทางรถไฟผ่าน

ลักษณะเป็นกากบาทสีขาวลากทแยงตัดกัน พร้อมมีอักษรโรมัน RR ประกอบ หมายความว่าทางข้างหน้ามีทางรถไฟตัดผ่าน ให้ลดความเร็วลงและขับรถด้วยความระมัดระวัง

เครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง ก็หมดเพียงเท่านี้ ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถศึกษาได้ที่นี่ สามารถอ่านเพื่อเป็นแนวข้อสอบใบขับขี่ได้ ทำให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น หรือยังช่วยให้ทราบกฏจราจรและปฏิบัติได้อย่างถูกต้องต่อไป

Share:

27 มิ.ย. 2559

เครื่องหมายจราจร บนพื้นทางประเภทบังคับ

เครื่องหมายจราจรบนพื้นทางประเภทบังคับ มีลักษณะและมีความหมายว่าอย่างไรบ้าง หากเราพบเห็นเราควรปฏิบัติอย่าง ดังนี้

เครื่องหมายจราจร บนพื้นทางประเภทบังคับ

ตัวอย่าง เครื่องหมายจราจร บนพื้นทางประเภทบังคับ ดังต่อไปนี้

Share:
Copyright © รวมข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ พร้อมเฉลย ปี 2560 ล่าสุด | Powered by Blogger Design by ronangelo | Blogger Theme by NewBloggerThemes.com